โรคพุ่มพวง SLE หรือ โรคภูมิแพ้ตัวเอง

เกิดจากเวรกรรม คือเป็นเองครับ กรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้อง โรคนี้เกิดจากภูมิต้านทานในร่างกายมีมาก และทำลายอวัยวะต่างในร่างกายตนเอง ได้ทุกระบบ แล้วแต่คนๆ ไปส่วนมากอาการที่มีคือ ปวดข้อ ข้ออักเสบ หลายๆ ข้อ ผมร่วม มีแผลในปาก มีผื่นแดงที่หน้า นอกนั้นแล้วแต่ระบบ เช่น ถ้ามีการทำลายทางเม็ดเลือด อาจจะเลือดจาง เกร็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ
ถ้าทำลายทางไต จะมีโปรตีน ไข่ขาวรั่ว ตัวบวม ไตอักเสบ ไตวาย ถ้าเป็นทางระบบประสาท อาจจะอ่อนแรง มีการชักเป็นต้น ยังเป็นกับระบบอื่นได้หมด เช่น หัวใจ ข้อ ผิวหนัง อื่นๆ ได้หมดแล้วแต่คนๆ ไป บางคนเป็นระบบเดียวก็มี บางคนเป็นน้อย บางคนเป็นมาก
สังเกตุ คือ สำหรับคนๆ หนึ่ง ถ้ามีอาการใด ระบบใด เวลาโรคกำเริบ จะเป็นแบบเดิมๆ สังเกตุได้ว่า โรคกำเริบแล้ว เพราะอาการมักจะเหมือนๆ เดิม
สิ่งกระตุ้น มีแสงแดด ดังนั้นต้องหลบแดด และทากันแดด นอกจากนั้นต้องสังเกตุเอา
ยาที่ได้รับ จะกดภูมิต้านทาน เช่นยาพวกเสตียรอยด์ ดังนั้นเวลาได้ยานี้ เราจะอ่อนแอต่อเชื้อโรค จึง อาจจะต้องปิดปากจมูกด้วยผ้า ถ้าไปในที่แออัด เช่น โรงภาพยนต์ หรือในห้าง สรรพสินค้า เป็นต้น หลีกเลี่ยงคนไอจาม รับประทานอาหารที่สุกสะอาดเท่านั้น ผักสด ก็ไม่ทาน ไม่ได้ต้มสุก ถ้าล้างไม่ดี อาจจะมีเชื้อโรคได้ ทานแต่ผักตัม ผัดผักเป็นต้นครับ
อาหารสุขภาพที่ดีกับ โรค SLE หรือพุ่มพวง มีงานวิจัยคือน้ำมันปลา ทานได้เลย
และทาน พวกต้านอนุมูลอิสระ เช่น เกรปซีอี เรซานอล แอสต้าแซนธิน แอสต้าคิว เลือกๆ ได้ตามสบายเลยครับ
โรคนี้ต้องรักษาติดตามกับคุณหมอเฉพาะทาง อายุรกรรมโรคข้อ หรือไต ห่างหมอไม่ได้ ต้องได้ยาดีๆ และทำบุญมากๆ บุญตกโรคกำเริบ ครับ
คนไข้ผม ให้ถือศีล หัดเจริญสติทุกคนเลยครับ ให้ปลงว่า ร่างกายเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเราของเราอย่างแท้จริง และเรามีความป่วยเป็นธรรมดา ป่วยอย่างไรก็ช่างมัน เราทำดี ถือศีล หัดเจริญภาวนา ไว้เสมอ เพื่อให้สงบเกิดปัญญาว่าทุกอย่างไม่เที่ยง ไม่ต้องยึดเป็นตัวเราของเรา ไม่ต้องไปทุกข์กับมัน
ไม่ต้องไปสู้กับโรค ๆนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ให้สู้กับกิเลสในใจ คือความทุกข์ใจต่างๆ อันเกิดจากเรายังปล่อยวางร่างกายไม่ได้นั่นเองใจจึงทุกข์
เมื่อเราทำดี มีบุญ อาจจะเจือจางกรรมและทุกขเวทนาได้บาง บางคนโรคก็ไม่กำเริบ
นำหนังสือธรรมของหมอไปอ่านด้วย ฟังธรรมะ จากครูบาอาจารย์ต่างๆ ได้ด้วย ฟังอ่านธรรมะ จากพุทธพจน์ด้วย จะได้บุญมากครับ
บทความสุขภาพ by คุณหมอตั้ม



0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น